บริการด้านอาหาร การบริหารจัดการศูนย์อาหารและ สวัสดิการ

บริการด้านอาหาร การบริหารจัดการศูนย์อาหารและ สวัสดิการ ปัจจุบัน(คนเมือง)ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ส่วนใหญ่จึงมาเน้น ที่อาหารเพื่อสุขภาพ คือ อาหารที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่

เมื่อได้รับประ ทานเข้าไปแล้วน้ำหนักของเราก็จะยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะการทาน อาหารเพื่อสุขภาพนั้นจะลดอาหารที่มีไขมันสูงเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชเพิ่ม มากขึ้น เป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการการปรุงแต่งน้อยที่สุด เช่น การต้ม นึ่ง ย่าง อบ วิธีไหนก็ได้ที่ใช้น้ำมันน้อยที่สุด เอสเอ็นจึงมีนักโภช- นาการที่มีประสบกาณ์ที่คิดค้นเมนูอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ และปลอดภัยตามมาตรฐาน HACCP & JCI ดังนั้นอาหารโรงพยาบาลเรา จึงคัดกรองตั้งแต่คนที่เข้ามาทำงาน ต้องมีการตรวจสุขภาพ วัสดุที่ใช้ สามารถตรวจสอบกลับถึงต้นทางที่ผลิตได้

การบริหารจัดการศูนย์อาหารและ สวัสดิการ
การให้บริการอาหารหลากหลายรูปแบบ เช่น a la carte / buffet / cocktail ในรูปแบบของศูนย์อาหาร/ร้านอาหาร มีการจัดเก็บรายได้โดยใช้เทคโนโลยี ที่ทันสมัย กำหนดให้พนักงานต้องสวมเครื่องแบบพนักงานของศูนย์อาหาร และเอสเอ็นยังมีการจัดหาอุปกรณ์สำหรับใช้ในการบริหารจัดการห้องอาหาร อีกด้วย

การบริการอาหารผู้ป่วย
การบริการอาหารผู้ป่วย เอสเอ็นมีนักโภชนาการควบคุมกำกับ แบ่งเป็น

อาหารทั่วไป (อาหารผู้ป่วยธรรมดา) (ที่ไม่จำเป็นต้องทานเฉพาะโรค)
อาหารเฉพาะโรค (ให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละโรค)
อาหารทางสายยาง(BD) แบ่งเป็น อาหารปกติ อาหารเฉพาะโรค
นมชง

อาหารคนท้องที่ควรกินตอนตั้งครรภ์

ช่วงเวลาตั้งครรภ์แม่ท้องจะมีระดับภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่าคนทั่วไป ทำให้อ่อนแอง่าย ป่วยง่าย นอกจากการเลือกโภชนาการที่ดี มีประโยชน์ และมีสารอาหารครบถ้วน จะมีส่วนช่วยให้ร่างกายคุณแม่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย หรือบรรเทาอาการไม่สบายให้หายไว ๆ และบำรุงความแข็งแรงให้กับลูกน้อยในครรภ์ด้วย การเลือก อาหารคนท้อง จึงมีส่วนในช่วงเวลาสำคัญนี้นะคะ

อาหารคนท้อง บำรุงสุขภาพตอนตั้งครรภ์

1. กินอาหารที่มีธาตุเหล็ก
ในอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค ทำให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันโรคโลหิตจาง ถ้าขาดธาตุเหล็กไปก็จะมีผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันโรค อาจทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย แม่ตั้งครรภ์จึงควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก ที่มีอยู่ในตับ เลือด เนื้อสัตว์ ไก่ ปลา ผักสีเขียวเข้ม ไข่แดง งา ถั่วแดง ขนมปังโฮลวีต ลูกพรุน เป็นต้น

2. กินโยเกิร์ตไขมันต่ำ
คนท้องกินโยเกิร์ตทุกวัน ดีต่อสุขภาพนะคะ เพราะในโยเกิร์ตมีสารอาหารที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย อุดมไปด้วยแคลเซียม โปรตีน และจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งย่อยง่าย ดีต่อระบบขับถ่าย สารอาหารในโยเกิร์ตจะช่วยป้องกันการติดเชื้อ และเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกายได้ทั้งคุณแม่และลูกในครรภ์ค่ะ

3. กินผักและผลไม้
การกินผักและผลไม้ จำเป็นสำหรับคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์ไม่น้อย เพราะในผักและผลไม้เป็นแหล่งรวมของวิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงครรภ์ และสร้างกระบวนการเจริญเติบโตของลูกน้อยได้ ผลไม้สําหรับคนท้อง ที่ควรกิน เช่น มะเขือเทศ มะละกอ มะม่วง ส้ม แอปเปิ้ล ฯลฯ ส่วนผักนั้นคุณแม่สามารถนำไปปรุงเป็นอาหาร หรือคั้นเป็นน้ำผักผลไม้ เช่น น้ำแตงกวา น้ำแครอทคั้นสดผสมมะนาว แม่ตั้งครรภ์ควรรับประทานผักผลไม้อย่างน้อย 3-5 ชนิด เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามิน และเกลือแร่อย่างเพียงพอ เพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิต้านทานให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

4. กินอาหารที่มีโปรตีน
ในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่และลูกในน้อยในท้องต้องการโปรตีนอย่างเพียงพอ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อทำให้ร่างกายมีสุขภาพดี ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและต้านทานโรคที่เกิดจากแบคทีเรียและเชื้อไวรัส ไม่ทำให้เป็นหวัดง่าย แหล่งอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพดี ได้แก่ เนื้อแดงไม่ติดมัน ไก่ ไข่ อาหารทะเล เป็นต้น

5. กินผักสมุนไพร
พืชผักสมุนไพรที่เหมาะสำหรับแม่ท้องมีหลายชนิด ซึ่งแต่ละอย่างก็จะให้สรรพคุณที่แตกต่างกันไป เช่น ขิง มะนาว จะช่วยให้คุณแม่ลดอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ หอมแดง ช่วยป้องกันไข้หวัด บรรเทาอาการคัดจมูก กระเทียม ช่วยลดความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดได้ เป็นต้น

6. กินน้ำให้เยอะ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า คุณแม่ท้องควรดื่มน้ำประมาณ 8-12 แก้วต่อวัน จะช่วยป้องกันอาการต่าง ๆ ขณะตั้งครรภ์ รวมทั้งความไม่สบายตัวที่มักเกิดขึ้นกับแม่ท้องได้ และป้องกันภาวะขาดน้ำ

7. กินอาหารให้ครบมื้อ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
ตอนตั้งครรภ์คุณแม่จะรู้สึกว่าตัวเองกินจุกจิกเพิ่มมากขึ้น กินตามใจปาก แต่อย่าลืมว่าการกินในปริมาณมากไป จะทำให้น้ำหนักเพิ่มและเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นคุณแม่ควรแบ่งปริมาณการกินแต่ละมื้อให้พอดีและกินให้ครบมื้อ ไม่ให้อิ่มมากไป โดยอาจแบ่งเป็นมื้ออาหารว่างเล็ก ๆ การกินอาหารครั้งละน้อยทำให้ร่างกายย่อยอาหารเร็วขึ้น ไม่รู้สึกอึดอัด และช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะกรดไหลย้อนในขณะตั้งครรภ์อีกด้วยนะคะ